ข้อปฏิบัติ หลังจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว ดังนี้:
1. เปิดบัญชีธนาคารของบริษัทหรือหจก. เพื่อไว้รับรายได้ และจ่ายค่าใช้จ่ายของกิจการ
2. ตรวจดูว่าธุรกิจของท่านต้องขออนุญาตอะไรบ้าง ให้รีบดำเนินการค่ะ เพราะถึงแม้จะจดเป็นบริษัทหรือจดหจก.แล้ว และได้ระบุประเภทธุรกิจลงในวัตถุประสงค์แล้ว แต่ในบางธุรกิจที่มีข้อกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาต ก็ยังคงต้องยื่นขอใบอนุญาตนะคะ เช่น ธุรกิจทัวร์, ธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมหรือเกสท์เฮ้าส์, นายหน้าประกัน, สำนักบัญชี เป็นต้น
3. จัดหาว่าจ้างผู้ทำบัญชีของบริษัทหรือหจก. เพื่อจัดทำบัญชีตามกฎหมายและวางแผนภาษี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้นิติบุคคลต้องมี “ผู้ทำบัญชี” ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีของบริษัท โดยบริษัทแต่ละแห่งต้องมีผู้ทำบัญชีอย่างน้อย 1 คน เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของนิติบุคคล ผู้ทำบัญชีอาจเป็นพนักงานของบริษัทเอง ผู้รับทำบัญชีอิสระ หรือใช้บริการจากสำนักงานบัญชีก็ได้ โดยผู้ทำบัญชีจะเป็นผู้ดูแลหรือให้คำปรึกษาเรื่องต่างๆ ดังนี้
- วางระบบการออกเอกสารต่างๆ เช่น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
- ยื่นภาษีรายเดือนต่อสรรพากร เช่น ภงด.3, ภงด.53, ภพ.36 และหากกิจการของท่านจด Vat จะต้องยื่น ภพ.30 ด้วย
- จัดให้มีการปิดบัญชีจัดทำงบการเงิน ครั้งแรกภายใน 12 เดือน และปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน นับตั้งแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
- งบการเงินที่จัดทำต้องมีข้อมูลตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร และผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตอย่างน้อยหนึ่งคน จากนั้นต้องนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือน นับแต่วันปิดรอบปีบัญชี
- บริษัทต้องยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบการเงิน (สำหรับห้างหุ้นส่วนต้องจัดทำงบการเงินยื่นภายใน 5 เดือน นับแต่วันปิดบัญชี) และต้องยื่นงบการเงินต่อกรมสรรพากรด้วย ทั้งนี้รวมถึงบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่แม้ว่าจะยังมิได้มีรายได้ก็ตาม จะต้องส่งงบการเงินด้วย มิฉะนั้นจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับ
4. เฉพาะกรณีบริษัทจำกัด ต้องจัดทำใบหุ้น มอบให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับ (ดูเพิ่มเติม คลิก)
5. เฉพาะกรณีบริษัทจำกัด ต้องจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและให้นำส่งต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ประชุม มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับ
6. หากกิจการมีลูกจ้าง นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ลูกจ้างภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และนายจ้างต้องแจ้งหากลูกจ้างออกจากงาน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปหากมีการลาออกหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล
7. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากรายได้ที่ได้รับ ใกล้เข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือบางกิจการจะจดตั้งแต่เริ่มธุรกิจเลยก็ย่อมได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของกิจการค่ะ
ทุกข้อดังกล่าวข้างต้น เป็นการรวบรวมในส่วนที่ทาง bizregis.com มีมุมมองว่าสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับกิจการนิติบุคคลที่เพิ่งเปิดใหม่ ทั้งนี้ เจ้าของกิจการควรต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม ต้องติดตามข่าวสารและติดตามข้อกำหนดกฎหมายต่างๆที่กิจการจะต้องปฏิบัติ โดยต้องทราบข้อมูลที่ Update อยู่เสมอ
05/12/2567